Pages

Wednesday, August 19, 2020

เตือนภัยโชเฟอร์แท็กซี่ลักทรัพย์ - ช่อง 7

andisendi.blogspot.com
ที่ผ่านมาเคยมีเหตุการณ์แท็กซี่มหาภัยบางคนสร้างความเดือดร้อนเสียหายให้กับผู้โดยสาร ทั้งพูดจาไม่ดี ท้าตีท้าต่อย ขับอ้อมเปลี่ยนเส้นทาง ทิ้งผู้โดยสารกลางทาง ชิงทรัพย์ หรือลักทรัพย์ กลายเป็นภัยใกล้ตัวของคนในสังคม

ล่าสุดค่ำวันที่ 13 ส.ค. 63 ที่ผ่านมา เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับ นายอำนวยการ (ขอสงวนนามสกุล) หนุ่มนักธุรกิจผลิตเครื่องมือแพทย์ หลังเดินทางมาจากต่างจังหวัดด้วยเครื่องบินมาลงที่สนามบินดอนเมือง ก่อนจะเรียกแท็กซี่สีเขียว-เหลืองที่บริเวณอาคารผู้โดยสารขาออก เพื่อกลับบ้าน ซอยรามคำแหง 69/1 ฝั่งตรงข้าม สน.หัวหมาก

นายอำนวยการ เปิดเผยว่า ช่วงเย็นวันวันที่ 13 ส.ค. ฝนตกรถติด โดยปกติจะให้กลับไปทางรามอินทรา แล้วเข้าเลียบด่วนอาจณรงค์ แล้วทะลุเข้าซอยเทพลีลา เพื่อเข้ารามคำแหง ซึ่งเป็นทางที่ดีที่สุดในการกลับบ้าน แต่คนขับแท็กซี่บอกว่าไม่ไป เพราะรถติด ขอไปอ้อมที่ลำลูกกา ซึ่งตนก็โอเค เนื่องจากรู้จักเส้นทางนั้นเหมือนกัน คือไปลำลูกกา แล้วก็ไปอ้อมกาญจนาภิเษก แล้ววนเข้าสุขาภิบาล 3 เข้ารามคำแหงได้เหมือนกัน แต่ทางนั้นจะไกลกว่า

อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางปรากฏว่าเส้นทางที่คนขับแท็กซี่เลือกไปก็มีรถติด เคลื่อนตัวได้ช้าๆ จึงมีการเปลี่ยนเส้นทางโดยไม่แจ้งผู้โดยสาร หลายครั้งทำให้เกิดความไม่พอใจ ก่อนจะท้วงติงเรื่องการเปลี่ยนเส้นทางไปมา ทำให้เสียเวลา และรถก็ยังติดเหมือนเดิม มีความล่าช้ามากขึ้นกว่าเดิม และมีความพยายามหาเหตุที่จะปล่อยผู้โดยสารลงระหว่างทาง กระทั่งจุดสุดท้ายอยู่ที่บริเวณด่านทับช้าง 2 จนมีปากเสียงกันรุนแรง คนขับรถแท็กซี่ได้เข้าไปจอดที่ตู้ตำรวจทางหลวง พร้อมกับหาพวกและพยายามบอกว่าผู้โดยสารไม่ยอมจ่ายค่าโดยสาร หรือโกงค่าโดยสาร

นายอำนวยการ บอกว่า ที่ตนไม่ยอมจ่าย เนื่องจากไม่เป็นตามที่ตกลง เพราะไปส่งไม่ถึงจุดหมายคือที่บ้าน ภายในซอยรามคำแหง 69/1 ซึ่งคนขับรถแท็กซี่ก็โวยวายพูดจาไม่ดี และท้าให้ไปคุยกันที่โรงพัก โดยตำรวจทางหลวงแจ้งว่าไม่สามารถรับแจ้งความหรือลงบันทึกอะไรได้ ต้องไปดำเนินการกับพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ จึงตกลงกันจะไปเคลียร์กันที่ สน.บางชัน โดยคนขับรถแท็กซี่ทิ้งตนไว้ที่ด่านทับช้าง 2 ให้หาทางไปที่ สน.บางชันเอง แล้วขับรถออกไป โดยแจ้งว่าข้าวของของตนที่อยู่ท้ายรถจะเอาไปให้ที่สถานีตำรวจ

นายอำนวยการ กล่าวอีกว่า พอดีมีวิศวกรทำงานอยู่ที่ด่านกำลังจะกลับบ้านซึ่งอยู่ใกล้ สน.บางชัน จึงอาสาไปส่ง เมื่อไปถึงรออยู่นานจนดึกก็ไม่เห็นแท็กซี่มา ตนจึงแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ซึ่งวันนั้นต้องการแจ้งความลักทรัพย์ แต่ว่าตำรวจยังไม่รับแจ้ง โดยเขาให้เหตุผลว่า คนขับรถแท็กซี่เขายังไม่ได้เอาทรัพย์สินเราไปขาย ตนก็พยายามจะแจ้งความหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่รับแจ้ง จึงทำได้แค่ลงบันทึกประจำวันเท่านั้น และกลับบ้านทั้งที่ยังเป็นกังวลห่วงทรัพย์สินมูลค่ารวม 4 แสนบาท โดยเฉพาะเอกสารสำคัญบัตรต่างๆ ยิ่งแล้วเป็นข้อมูลในโน้ตบุ๊ก ที่เป็นข้อมูลทั้งชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ ขณะเดียวกันได้แจ้งอายัดบัตรเอทีเอ็มและบัตรเครดิตต่างๆ นอกจากนี้ยังโทรร้องเรียนหมายเลย 1584 และโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

จากนั้นเช้าวันที่ 14 ส.ค. จึงรีบประสานกับเจ้าหน้าที่กรมขนส่งทางบกเพื่อเช็กดูจีพีเอส จากนั้นก็ขับรถจักรยานยนต์ไล่ตามพิกัดจีพีเอสที่ปรากฏในย่านสายไหมและดอนเมือง แต่ก็ตามไม่ทัน โดยคลาดกัน 10 กิโลเมตร กระทั่งตอนค่ำทางกรมขนส่งทางบกตรวจสอบจนได้ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของคนขับแท็กซี่ ตนจึงให้ ร.ต.อ.ประชา เมืองมัจฉา รองสว.(สอบสวน) สน.บางชัน ติดตามให้ จนคนขับแท็กซี่ได้นำทรัพย์สินมาคืน เมื่อตรวจสอบพบว่าข้าวของมีร่องรอยรื้อค้น เงินหายไป 300 บาท ทางคนขับรถแท็กซี่ก็ไม่สำนึก ไม่ขอโทษ แถมยังออกคำสั่งให้ตนถอนคำร้อง

นายอำนวยการ กล่าวด้วยว่า พฤติกรรมเช่นนี้ ทำให้ตนปล่อยไม่ได้ แม้คดีไม่ใหญ่ ไม่ร้ายแรง แต่ถือเป็นภัยใกล้ตัว และเป็นภัยสังคม จึงยืนยันเอาผิดคดีอาญาข้อหาลักทรัพย์ พร้อมกับทำเรื่องร้องเรียนกับกรมขนส่งทางบก เพื่อให้ตรวจสอบและลงโทษอีกทางด้วย แต่ทางตำรวจก็บ่ายเบี่ยงพยายามเกลี้ยกล่อมให้ตนไม่เอาเรื่อง เลื่อนการรับแจ้งความหลายครั้ง กระทั่งได้แจ้งความในคืนวันที่ 18 ส.ค. แต่ยังไม่จบ เพราะตำรวจให้ตนไปหาหลักฐานกล้องวงจรปิดที่สนามบินดอนเมืองเอง โดยทำหนังสือมอบอำนาจให้ แจ่ทางสนามบินแจ้งว่าต้องเป็นตำรวจมาขอเอง และทำหนังสือมาผิดอีกด้วย

Let's block ads! (Why?)



"เตือนภัย" - Google News
August 19, 2020 at 08:21PM
https://ift.tt/318edBI

เตือนภัยโชเฟอร์แท็กซี่ลักทรัพย์ - ช่อง 7
"เตือนภัย" - Google News
https://ift.tt/3gMpGg7

No comments:

Post a Comment